วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555




                                                                                 บทนำ


นิยาม ความหมายโครงการ

 กาฝากคนเมือง (ปรสิต) พื้นที่ที่มีการเคลื่อนที่ ความคล่องตัว ของกลุ่มคน

- เป็นแลนด์มาร์กแหล่งรวมกิจกรรม 

- รูปแบบกิจกรรมบนลานพื้นที่สีเขียว 

- กลุ่มคนที่หลากหลายไลฟ์สไตล์

Parasite

                - Landmark center of activities. 


                - Activities on the ground green 


                - Variety group of people life style.

ปัจจุบันสภาวะทางสังคมกับวัฒนธรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเคลื่อนที่ของมนุษย์จากจุดหนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งนั้น ใช้เวลาน้อยลง จึงทำให้ความสัมพันธ์ของสถานที่กับมนุษย์และที่ว่างน้อยลง ส่งผลต่อวิถีของเมือง วิถีชีวิต การรับรู้ทางภูมิทัศน์ของพื้นที่นั้นๆผ่านที่ว่าง
            เพราะมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนที่ที่แสดงออกมาทางพฤติกรรมโดยมีแรงจูงใจเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้นๆและการรับรู้ที่ต่างกันไปตามคุณค่า (ค่านิยม) ซึ่งที่ว่างและตัวสถาปัตยกรรม อยู่ท่ามกลางบริบทที่มีการเคลื่อนที่และเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่มนุษย์ต้องพิจารณาเพื่อมองย้อนกลับไปยังที่ว่างและ สถาปัตยกรรมในมุมมองของการเคลื่อนที่โดยมีเวลาและเหตุการณ์มาเกี่ยวข้อง






                                                        ประเด็นที่มาโครงการ (Problem Issues)



            มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมของความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ทำให้ชีวิตที่เร่งรีบของมนุษย์เป็นกลไกการขับเคลื่อนทางสังคมที่วิ่งวนอย่างเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ทั้งการกิน การเดิน การพูด การคิด แม้ความเร็วจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่หากมากไปก็อาจทำให้มนุษย์เราลืมใส่ใจรายละเอียดสำคัญๆ ของชีวิตและทำให้ขัดสนเวลา

            นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ (University Of Herfordshier) ประเทศอังกฤษ ได้ทำการวิจัยพบว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คนเมืองอย่างเราๆใช้ชีวิตเร่งรีบมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด โดยความเร่งรีบนี้สามารถวัดได้จากความเร็วในการเดิน ซึ่งปัจจุบันคนทั่วโลกเดินเร็วขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วที่เราใช้เดินกัน

            ทำไมถึงต้อง ช้า(Slow) เพราะคนที่คิดแล้วว่าจะใช้ชีวิตช้า ต้องมองเห็นความสำคัญของความช้ามากกว่าความเร็วจึงเป็นที่มาของขบวนการ (Slow movement) ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างเงียบๆแทบจะทุกพื้นที่ของสังคมและชีวิต หลายอย่าง เช่น Slow food (อาหารช้า) Slow life (ชีวิตช้า) Slow transportation (เดินทางด้วยการเดินหรือจัรยาน) Slow work (ทำงานอย่างผ่อนคลาย) Slow thinking (คิดให้ช้าลง) Slow living (ใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกขณะ) Slow Architecture (ปลูกสร้างอย่างช้าๆ และไม่ก่อมลพิษ) Slow design (ออกแบบให้มีคุณค่ารักษาทรัพยากร) ทั้งนี้ยังมีอีกหลายรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ช้าอย่างมีจังหวะ เบื้องต้นเป็นเพียงแค่การหยิบยกตัวอย่างเท่านั้น และคำว่า “ช้า” ไม่ได้แปลว่า ช้าเสมอไป แต่ควรก้าวด้วย “จังหวะที่สมเหตุสมผล”






            ผลการสำรวจการใช้เวลาของประชากร และการสํารวจภาวะการทํางาน ของประชากรพ.ศ.2552 อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ทำกิจกรรมอะไรบ้างและใช้และใช้เวลามากน้อยเพียงใด 


การสำรวจครั้งนี้ ได้ จำแนกการทำกิจกรรมของประชากรออกเป็น 5 กลุ่มหลัก
1.การดูตัวเอง
2.การทำงานและการเรียนรู้
3.การให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือน
4.การให้บริการชุมชน
5.การใช้เวลาว่าง

จากผลการสำรวจพบว่า ในจำนวนประชากรอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจำนวน 57.8 ล้านคน เป็นชาย 28.2 ล้านคน และหญิง 29.6 ล้านคน มีรายละเอียดในการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ทั้ง 5 กลุ่มหลัก

การใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ใน 5 กลุ่มกิจกรรมหลักภายใน 1 วันพบว่า คนไทยใช้เวลาดูแลตัวเองมากที่สุดวันละ 12.1 ชั่วโมง (โดยการคำนวณจากเวลาเฉลี่ยในการทำกิจกรรมของประชากรอายุ 10 ปีขึ้นไปทกคน) ใช้เวลาเพื่อการทำงานและการเรียนรู้วันละ 6.3 ชั่วโมง ใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ 2.0 ชั่วโมง ให้บริการชุมชนวันละ 0.1 ชั่วโมง และใช้เวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ วันละ 3.6 ชั่วโมง เมื่อพิจารณาตามเพศพบว่า ชายใช้เวลาดูแลตัวเอง ทำงานและเรียนรู้และใช้เวลาว่างมากกว่าหญิงวันละ0.2, 1.4 และ 0.6 ชั่วโมง ตามลำดับ ขณะที่หญิงใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ 3.0 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าชายเกือบ 4 เท่า ชายใช้เวลาเพียงวันละ 0.8 ชั่วโมง สวนการให้บริการชุมชนทั้งชายและหญิงใช้เวลาเท่ากันวันละ 0.1 ชั่วโมง


             จากตารางการสำรวจจะเห็นได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการทำงานดูแลตัวเองและการใช้เวลาว่าง(อย่างไม่คุ้มค่า) ในวันหนึ่งวันถ้าเราสามารถใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดเราควรจะใช้เวลาว่างเพื่อผักผ่อน มีจังหวะชีวิต เพื่อเริ่มต้นของวันใหม่ที่ดี







                  1.ประเด็นที่มาโครงการด้านหน้าใช้สอย (Function)

              จากประเด็นข้างต้นที่ศึกษานี้ สนใจในเรื่องของพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมนุษย์ที่สัมพันธ์ระหว่างบริบท(สภาพแวดล้อมทางกายภาพ) และสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับคนในวิถีของเมืองหรือชุมชนนั้น




              หน้าที่ใช้สอยของกิจกรรมโครงการ (นิยาม)
- ตอบรับพฤติกรรมกับวิถีชีวิตที่หลากหลายทางวัฒนธรรม (หมุนเวียน)
- อยู่ในขอบเขตของเวลา (พักผ่อน)
- ปรับเปลี่ยนจังหวะชีวิต (ไลฟ์สไตล์)

              กิจกรรมที่นิยามด้านบน ที่แสดงถึงกิจกรรมที่มีความคล่องตัว การเคลื่อนที่ในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อบ่งบอกถึงการใช้เวลา การมีเวลาว่าง การทำกิจกรรม การมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบๆ เพื่อสร้างวิถีชีวิต กับวิถีของเมืองอย่างมีจังหวะ สัมพันธ์กับกิจกรรมทางสังคม ผ่านสถานที่ซึ่งจะเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนเมือง “คำถามคือ” ทำไมเมืองถึงเร่งรีบ ก็จะย้อนถามไปถึงพฤติกรรมที่แสดงออกเพื่อไปยังจุดมุ่งหมาย โดยตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายนั้นผ่านสิ่งเร้า

                           ภาพการใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง (fast paced life)






                  2.ประเด็นที่มาโครงการที่มาด้านรูปแบบ (Form) 
             เนื่องจากมนุษย์มีความความสัมพันธ์กับบริบท สถานที่ สภาพแวดล้อม(Place) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Movement/fast) และสภาวะทางสังคม (Activity/slow)

                 2.1 แนวคิด (Concept)



แสดงรูปแบบพฤติกรรม (การเคลื่อนที่) ที่สัมพันธ์ระหว่าง บริบท และสถานที่

             วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาพื้นที่หรือบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
2.เพื่อศึกษาวิถีของเมืองและวิถีชีวิตผ่านบริบทที่ตั้ง
3.เพื่อศึกษาการเคลื่อนและพฤติกรรมของมนุษย์
4.เพื่อศึกษารับรู้การใช้เวลา ใช้ชีวิต ให้ช้าลง
5.เพื่อศึกษารูปแบบของกิจกรรมและกลุ่มผู้ใช้โครงการให้สัมพันธ์กับที่ว่างกลุ่มผู้ใช้งาน

             ขอบเขตการศึกษา 
1.ศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีผลต่อที่ตั้งของโครงการ
2.ศึกษาประวัติของเมืองหรือวิถีของเมืองและกิจกรรมของชุมชน
3.ศึกษาการเคลื่อนที่และปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมของมนุษย์
4.ศึกษาข้อมูลเชิงสถิติเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น







                                                                     เป้าหมายโครงการ 





1.เป็นแลนด์มาร์กแหล่งรวมกิจกรรม สร้างกิจกรรมที่หลากหลายต่อกลุ่มคนที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมเดิมกับกิจกรรมใหม่ๆ ลงบนพื้นที่มีความคล่องตัว หลากหลายความนิยม
2.รูปแบบกิจกรรมบนลานพื้นที่สีเขียว เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์หรือความเป็นแลนด์มาร์กบนพื้นที่ลานอเนกประสงค์
3.กลุ่มคนที่หลากหลายไลฟ์สไตล์ คือกลุ่มเป้าหมายโครงการ ซึ่งมีวิถีชีวิตการดำรงชีวิตในเมืองที่หลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนในพื้นที่และตนต่างถิ่น เข้ามาอาศัยและทำงาน รวมถึงผู้ที่มาท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงจำแนกเป็นผู้ใช้โครงการหลักและผู้ใช้โครงการรอง

- กลุ่มผู้ใช้โครงการหลัก เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ที่รวมไปถึงนักเรียน นักศึกษา ครอบครัวและบุคคลทั่วไป

                                                                  รูปที่1.ภาพประกอบกลุ่มเป้าหมายโครงการ

- กลุ่มผู้ใช้โครงการรอง เป็นคนในพื้นที่พ่อค้าแม่ค้า หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำ

                                                   รูปที่2.ภาพประกอบกลุ่มเป้าหมายโครงการ






                                                                   การกำหนดจำนวนผู้ใช้โครงการ

                                           แนวโน้มปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยเพิ่มสูงสูงขึ้นทุกปี

                                                                      รูปที่3.ภาพประกอบสถิตินักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย (wikipedia)



                 เนื่องจากการคำนวณหาปริมาณผู้ใช้โครงการต้องอ้างอิงจากสถิติจำนวนผู้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดหรือแต่ละเขตและเทียบเคียงจากเคสกรณีอาคารใกล้เคียงประมาณผู้ใช้โครงการ 3,500 คนต่อวัน

พื้นที่โครงการ

                เนื่องจากความต้องการด้านพื้นที่ของผู้เข้าใช้งานอาคารประเภท Commercial ใช้อัตราส่วน 6.02 ตร.ม.ต่อคน

ความต้องการพื้นที่ 1:6.02 ตร.ม.
ปริมาณผู้ใช้โครงการต่อหนึ่งวัน 3,400  คน
ขนาดพื้นที่ตั้งโครงการโดยประมาณ 3,400 x 6.02 = 20,468 ตร.ม.
FAR. 10:1 พื้นที่ก่อสร้างอาคาร 20,468 x 10 = 204,680 ตร.ม.





                                                            การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการระดับภาค 

พิจารณาจากความเป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิหรือระดับจังหวัดที่มีศักยภาพดังนี้
- เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ
- เป็นศูนย์กลางการคมนาคม
- เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว
- เป็นศูนย์กลางทางแฟชั่น
- เป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยี
- เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและเรียนรู้
- มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดที่สำคัญ
- เป็นเมืองที่มีความหลากหลายของประชากร

                                                                                    รูปที่4.ภาพประกอบทำเลที่ตั้งระดับภาค




เกณฑ์การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการระดับภาค
1.การคมนาคม:การเข้าถึงโครงการสัญจรสะดวก เป็นจุดที่มีการคมนาคม
ทางบก และทางน้ำและเชื่อมต่อกับย่านต่างๆโดยรอบ
2.สภาพแวดล้อมและบริบท:มีความเจริญและเป็นศูนย์กลางของเมืองหรือย่านนั้นๆ
3.ทิวทัศน์:จากอาคารโดยรอบที่ส่งเสริมโครงการ หรือแลนด์มาร์ก
4.แนวโน้มการขยายตัว:โครงการโดยรอบที่จะเกิดขึ้นและช่วยส่งเสริมโครงการ
5.โครงการสนับสนุน:มีความหลากหลายทางกิจกรรม กลุ่มคน เพื่อที่จะได้รับส่วนแบ่งหรือการตลาดที่หลากหลาย
6.ข้อจำกัด:การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมต่อหลักกฎหมายที่บังคับใช้ในพื้นที่นั้นๆ

                ทำเลที่ตั้งระดับภาคจึงเลือกภาคกลาง เพราะจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร และความเจริญของประเทศ และกรุงเทพมหานครมีอาณาเขตทางบกติดต่อกับหลายจังหวัด





                                                    การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการระดับเขตจังหวัด 

พิจารณาจากความเป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิหรือระดับจังหวัดที่มีศักยภาพดังนี้
Location 1 เขตจตุจักร
- เป็นแหล่งซื้อขายและแลกเปลี่ยน
- มีเส้นทางคมนาคมสายหลัก
Location 2 เขตปทุมวัน
- เป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
- มีพร้อมด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
Location 3 เขตคลองเตย
- เป็นเขตติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการขนส่งและการสัญจรทางน้ำ
- มีความหนาแน่นของประชากร


                                                                                   รูปที่5.ภาพประกอบทำเลที่ตั้งระดับเขตจังหวัด





เกณฑ์การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการระดับเขตจังหวัด
Location 1 เขตจตุจักร 

เกณฑ์การพิจารณาจากเกณฑ์ข้างต้น 
- การคมนาคมการเข้าถึงมี รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน มีที่จอดรถรองรับ และเป็น node ในย่านนั้น
- สภาพแวดล้อมเป็นชุมชนเมือง และที่อยู่อาศัย
- โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต
- โครงการสนับสนุน มีแหล่งซื้อขายและแลกเปลี่ยน และเป็นแหล่งการค้า การบริการ

- บรรยากาศของเมือง ความหลากหลายของประชากร และสถานที่ท่องเที่ยว
 - ข้อจำกัดทางกฎหมาย พื้นที่เขตส่วนใหญ่จะมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นกับแหล่งการค้าสามารถสร้างที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคารสาธารณะ พาณิชยกรรม สถาบันราชการ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ

                                                                                รูปที่6.ภาพประกอบทำเลที่ตั้งระดับเขตจังหวัด










Location 2 เขตปทุมวัน

เกณฑ์การพิจารณาจากเกณฑ์ข้างต้น 
- การเข้าถึงโดยรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน ทางเรือ รถเมล์ และถนนสายหลัก
- บริบทเป็นมือง และเป็นศูนย์กลางหลายด้าน
- บรรยากาศของเมือง ประกอบไปด้วยผู้คนหรือประชากรในพื้นที่ รูปแบบอาคาร กิจกรรม ที่หลากหลายวัฒนธรรม
- การขยายตัวของเศรษฐกิจ
- โครงการสนับสนุน เป็นแหล่งซื้อขายและแลกเปลี่ยน การบริการ ที่เรียนรู้ ที่ทำงานและที่พักอาศัย
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย พื้นที่เขตส่วนใหญ่จะมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นพาณิชกรรม เพื่อการค้าและการบริการ ข้อจำกัดของพื้นที่สีแดงจะมีน้อยกว่าพื้นที่สีอื่นๆ ซึ่งสามารถสร้าง สำนักงาน อาคารสาธารณะ พาณิชยกรรม สาธารณูปโภค สาธารณูปการ
                                                                       รูปที่7.ภาพประกอบทำเลที่ตั้งระดับเขตจังหวัด





Location 3 เขตคลองเตย

เกณฑ์การพิจารณาจากเกณฑ์ข้างต้น 
- การเข้าถึงโดยรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน ทางเรือ รถเมล์ และติดกับถนนสายหลัก
- บริบทเป็นชุมชนหรือที่อยู่อาศัยหลากหลาย
- บรรยากาศของเมือง ประชากรในชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยว
- การขยายตัวของเศรษฐกิจ และการขนส่ง
- โครงการสนับสนุน เป็นแหล่งซื้อขายและแลกเปลี่ยนและการชนส่ง
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย พื้นที่เขตส่วนใหญ่จะมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่น และสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ซึ่งมีข้อจำกัดในการสร้างในพื้นที่บริเวณสีน้ำเงินซึ่งเป็นของสถาบันราชการและการขนส่งทางน้ำหรือสำนักงานราชการ โดยรอบเป็นที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม


                                                                            รูปที่8.ภาพประกอบทำเลที่ตั้งระดับเขตจังหวัด





                                                        ตารางให้น้ำหนักคะแนนความสำคัญของเกณฑ์แต่ละข้อ

               กำหนดให้ค่าน้ำหนักคะแนนเต็มเท่ากับ 25 คะแนน และนำไปคูณกับ ค่าคะแนนตามลำดับเกรด A B C D ซึ่งมีค่าน้ำหนักต่างกัน เพื่อให้ได้คะแนนใกล้เคียง 100 คะแนนเต็ม


                               A เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง ดีมาก
                               B เท่ากับ 3  คะแนน หมายถึง ดี
                               C เท่ากับ 2  คะแนน หมายถึง พอใช้
                               D เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง ไม่ดี



                ดังนั้นสรุปได้ว่าที่ตั้งโครงการในระดับเขตจังหวัดที่ได้ตามเกณฑ์การพิจารณาคือ เขตปทุมวัน ซึ่งสนับเหตุผลด้านต่างๆอย่างลงตัวที่สุดตามเกณฑ์ และมีลักษณะเฉพาะและความหนาแน่น ความหลากหลายของประชากรมากที่สุด




                                                                การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการ 

เกณฑ์การพิจารณาที่ตั้งโครงการ 
1.พื้นที่ที่มีค่านิยมฝังอยู่
2.มีกลุ่มคนที่หลากหลาย
3.มีบรรยากาศของเมือง
4.การเข้าถึงโครงการสามารถเข้าถึงสะดวกและหลายช่องทาง
5.บริบทโดยรอบกับที่ตั้งโครงการสัมพันธ์กับปรสิต
6.กฎหมายของการใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้นๆ

            ที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนราชดำริ มีเส้นทางคมนาคมการเข้าถึงที่หลากหลายและปรพกอบไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากในพื้นที่




                                                   ตารางให้น้ำหนักคะแนนความสำคัญของเกณฑ์แต่ละข้อ 

          กำหนดให้ค่าน้ำหนักคะแนนเต็มเท่ากับ 25 คะแนน และนำไปคูณกับ ค่าคะแนนตามลำดับเกรด A B C D ซึ่งมีค่าน้ำหนักต่างกัน เพื่อให้ได้คะแนนใกล้เคียง 100 คะแนนเต็ม


                               A เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง ดีมาก
                               B เท่ากับ 3  คะแนน หมายถึง ดี
                               C เท่ากับ 2  คะแนน หมายถึง พอใช้
                               D เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง ไม่ดี

ดังนั้นสรุปได้ว่าที่ตั้งโครงการที่ได้ตามเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งสนับเหตุผลด้านต่างๆมากที่สุดตามเกณฑ์ และมีลักษณะเฉพาะและให้ความสำคัญกับบริบทโดยรอบที่ประกอบไปด้วยผู้คนที่สื่อถึงลักษณะเฉพาะของเมือง





                                                                        จินตภาพโครงการ 

              กลุ่มคนในพื้นที่กับบริบทในเมือง ที่สัมผัสได้ในรูปแบบกิจกรรมของโครงการที่ทำหน้าที่หรือแสดงออกมาในรูปแบบของกาฝากคนเมือง ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีความจำเพาะในที่ตั้งกับบริบทเมือง ซึ่งเกิดความสัมพันธืกันระหว่างกลุ่มคน คนกับสภาพแวดล้อม และคนกับที่ตั้ง


                                                                   รูปที่10.ภาพประกอบโครงการ 


                     ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่รองรับ เป็นมุมหนึ่งของเมืองในแบบกิจกรรมที่มีความหลากหลายและตอบสนองกับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต่างกัน




                                                             องค์ประกอบและพื้นที่ใช้สอยโครงการ

ประกอบด้วย
1.ส่วนองค์ประกอบหลัก
2.ส่วนองค์ประกอบรอง
3.ส่วนสนับสนุนโครงการ
4.ส่วนบริการอาคาร
5.ส่วนบริหารโครงการ
6.ส่วนที่จอดรถ

องค์ประกอบหลัก
1.ส่วนสาธารณะ (Public Plaza)
2.ส่วนรองรับ ต้อนรับ (Atrium)
3.ส่วนจัดแสดง จัดนิทรรศการ (Installation Space)



                                                                                         รูปที่11.ภาพจินตภาพโครงการ


องค์ประกอบรอง
1.พื้นที่สำหรับพักคอย (Lounge Café)
2.Green Space (พื้นที่สีเขียวในอาคาร)

ส่วนสนับสนุนโครงการ
1.ส่วนร้านอาหาร
2.ร้านค้า (Flagship shop)

ส่วนบริการอาคาร
เช่น แผนกรักษาความปลอดภัย ห้องน้ำ การบำรุงรักษาอาคารที่เป็นหัวใจหลักของอาคารและการบริการที่ให้ความสะดวกสบายทั้งหมดภายในอาคาร

ส่วนบริหารโครงการ
ออฟฟิศเป็นส่วนของพนักงานที่มีหน้าที่บริหารหรือดำเนินงานเฉพาะโครงการซึ่งอาจแบ่งได้ทั้งการประชุม การทำงานต่างๆภายในโครงการ

ส่วนจอดรถ
เนื่องจากเป็นอาคารสาธารณะและมีพื้นที่สีเขียวบนดินสำหรับคนมาใช้งานเป็นจำนวนมากจึงจัดให้ที่จอดรถของอาคารอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอยที่เป็นส่วนสาธารณะประโยชน์






                                                                                    Zoning & Schematic Area





                                                                      Schematic Area

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น