วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

Excutive Summay


ชื่อโครงการ กาฝากคนเมือง


นายจาตุรงค์ แตรวิจิตร
5105785

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยรังสิต
ปีการศึกษา 2555
ลิขสิทธิ์เป็นของ มหาวิทยาลัยรังสิต





บทนำ
นิยาม ความหมายโครงการ

กาฝากคนเมือง (ปรสิต) การเคลื่อนที่สู่จุดหยุดนิ่ง
- คือสถานที่ที่แสดงถึงการเคลื่อนที่ผ่านเวลาและเหตุการณ์
- คือเป็นพื้นที่สำหรับหยุดเคลื่อนที่ของคนเมือง
- คือพื้นที่สร้างสัมพันธ์กับวิถีของเมือง

Parasite

- Place to move through time and events.
- Stop the movement of the urban area.
- Area into a relationship with the people of the city.

             ปัจจุบันสภาวะทางสังคมกับวัฒนธรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเคลื่อนที่ของมนุษย์จากจุดหนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งนั้น ใช้เวลาน้อยลง จึงทำให้ความสัมพันธ์ของสถานที่กับมนุษย์และที่ว่างน้อยลง ส่งผลต่อวิถีของเมือง วิถีชีวิต การรับรู้ทางภูมิทัศน์ของพื้นที่นั้นๆผ่านที่ว่าง
เพราะมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนที่ที่แสดงออกมาทางพฤติกรรมโดยมีแรงจูงใจเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้นๆและการรับรู้ที่ต่างกันไปตามคุณค่า (ค่านิยม) ซึ่งที่ว่างและตัวสถาปัตยกรรม อยู่ท่ามกลางบริบทที่มีการเคลื่อนที่และเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่มนุษย์ต้องพิจารณาเพื่อมองย้อนกลับไปยังที่ว่างและ สถาปัตยกรรมในมุมมองของการเคลื่อนที่โดยมีเวลาและเหตุการณ์มาเกี่ยวข้อง




ประเด็นที่มาโครงการ (Problem Issues)
               
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมของความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ทำให้ชีวิตที่เร่งรีบของมนุษย์เป็นกลไกการขับเคลื่อนทางสังคมที่วิ่งวนอย่างเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ทั้งการกิน การเดิน การพูด การคิด แม้ความเร็วจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่หากมากไปก็อาจทำให้มนุษย์เราลืมใส่ใจรายละเอียดสำคัญๆ ของชีวิตและทำให้ขัดสนเวลา
            1นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ (University Of Herfordshier) ประเทศอังกฤษ ได้ทำการวิจัยพบว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คนเมืองอย่างเราๆใช้ชีวิตเร่งรีบมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด โดยความเร่งรีบนี้สามารถวัดได้จากความเร็วในการเดิน ซึ่งปัจจุบันคนทั่วโลกเดินเร็วขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วที่เราใช้เดินกัน
            ทำไมถึงต้อง ช้า(Slow) เพราะคนที่คิดแล้วว่าจะใช้ชีวิตช้า ต้องมองเห็นความสำคัญของความช้ามากกว่าความเร็วจึงเป็นที่มาของขบวนการ (Slow movement) ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างเงียบๆแทบจะทุกพื้นที่ของสังคมและชีวิต หลายอย่าง เช่น Slow food (อาหารช้า) Slow life (ชีวิตช้า) Slow transportation (เดินทางด้วยการเดินหรือจัรยาน) Slow work (ทำงานอย่างผ่อนคลาย) Slow thinking (คิดให้ช้าลง) Slow living (ใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกขณะ) Slow Architecture (ปลูกสร้างอย่างช้าๆ และไม่ก่อมลพิษ) Slow design (ออกแบบให้มีคุณค่ารักษาทรัพยากร) ทั้งนี้ยังมีอีกหลายรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ช้าอย่างมีจังหวะ เบื้องต้นเป็นเพียงแค่การหยิบยกตัวอย่างเท่านั้น และคำว่า ช้าไม่ได้แปลว่า ช้าเสมอไป  แต่ควรก้าวด้วย จังหวะที่สมเหตุสมผล

อ้างอิงจาก: http://www.greenworld.or.th




ผลการสำรวจการใช้เวลาของประชากร และการสํารวจภาวะการทํางาน
ของประชากรพ.ศ.2552 อายุตั้งแต่ 10  ปีขึ้นไป ทำกิจกรรมอะไรบ้างและใช้และใช้เวลามากน้อยเพียงใด
การสำรวจครั้งนี้ ได้ จำแนกการทำกิจกรรมของประชากรออกเป็น 5 กลุ่มหลัก
1.การดูตัวเอง
2.การทำงานและการเรียนรู้
3.การให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือน
4.การให้บริการชุมชน
5.การใช้เวลาว่าง
จากผลการสำรวจพบว่า ในจำนวนประชากรอายุตั้งแต่ 10  ปีขึ้นไปจำนวน 57.8  ล้านคน  เป็นชาย 28.2 ล้านคน และหญิง 29.6 ล้านคน มีรายละเอียดในการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ทั้ง 5 กลุ่มหลัก (ตารางจะอยู่หน้าถัดไป)
การใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ใน 5 กลุ่มกิจกรรมหลักภายใน 1 วันพบว่า คนไทยใช้เวลาดูแลตัวเองมากที่สุดวันละ 12.1  ชั่วโมง (โดยการคำนวณจากเวลาเฉลี่ยในการทำกิจกรรมของประชากรอายุ 10 ปีขึ้นไปทกคน)  ใช้เวลาเพื่อการทำงานและการเรียนรู้วันละ 6.3 ชั่วโมง ใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ 2.0 ชั่วโมง ให้บริการชุมชนวันละ 0.1 ชั่วโมง และใช้เวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ วันละ 3.6 ชั่วโมง เมื่อพิจารณาตามเพศพบว่า ชายใช้เวลาดูแลตัวเอง ทำงานและเรียนรู้และใช้เวลาว่างมากกว่าหญิงวันละ0.2, 1.4  และ 0.6 ชั่วโมง ตามลำดับ ขณะที่หญิงใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ 3.0 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าชายเกือบ 4 เท่า ชายใช้เวลาเพียงวันละ 0.8 ชั่วโมง สวนการให้บริการชุมชนทั้งชายและหญิงใช้เวลาเท่ากันวันละ 0.1 ชั่วโมง

อ้างอิงจาก: http://www.nso.go.th/






            จากตารางการสำรวจจะเห็นได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการทำงานดูแลตัวเองและการใช้เวลาว่าง(อย่างไม่คุ้มค่า) ในวันหนึ่งวันถ้าเราสามารถใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดเราควรจะใช้เวลาว่างเพื่อผักผ่อน มีจังหวะชีวิต เพื่อเริ่มต้นของวันใหม่ที่ดี

อ้างอิงจาก: http://www.nso.go.th/




1.ประเด็นที่มาโครงการด้านหน้าใช้สอย (Function)
จากประเด็นข้างต้นที่ศึกษานี้ สนใจในเรื่องของพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมนุษย์ที่สัมพันธ์ระหว่างบริบท(สภาพแวดล้อมทางกายภาพ) และสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับคนในวิถีของเมืองหรือชุมชนนั้น


หน้าที่ใช้สอยของกิจกรรมโครงการ (นิยาม)
- ตอบรับพฤติกรรมกับวิถีชีวิตที่หลากหลายทางวัฒนธรรม (หมุนเวียน)
- อยู่ในขอบเขตของเวลา (ผักผ่อน)
- ปรับเปลี่ยนจังหวะชีวิต (ช้า เร็ว หยุดนิ่ง)
          กิจกรรมที่นิยามด้านบน ที่แสดงถึงกิจกรรมที่มีการเคลื่อนที่ไปสู่จุดหยุดนิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อบ่งบอกถึงการใช้เวลา การมีเวลาว่าง การทำกิจกรรม การมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบๆ เพื่อสร้างวิถีชีวิต กับวิถีของเมืองอย่างมีจังหวะ สัมพันธ์กับกิจกรรมทางสังคม ผ่านสถานที่ซึ่งจะเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนเมือง  คำถามคือ ทำไมเมืองถึงเร่งรีบ ก็จะย้อนถามไปถึงพฤติกรรมที่แสดงออกเพื่อไปยังจุดมุ่งหมาย โดยตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายนั้นผ่านสิ่งเร้า

                         ภาพการใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง (fast paced life)




2.ประเด็นที่มาโครงการที่มาด้านรูปแบบ (Form)
เนื่องจากมนุษย์มีความความสัมพันธ์กับบริบท สถานที่ สภาพแวดล้อม(Place) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Movement/fast) และสภาวะทางสังคม (Activity/slow)

                                         2.1 แนวคิด (Concept)

       แสดงรูปแบบพฤติกรรม (การเคลื่อนที่) ที่สัมพันธ์ระหว่าง บริบท และสถานที่





วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาพื้นที่หรือบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
2.เพื่อศึกษาวิถีของเมืองและวิถีชีวิตผ่านบริบทที่ตั้ง
3.เพื่อศึกษาการเคลื่อนและพฤติกรรมของมนุษย์
4.เพื่อศึกษารับรู้การใช้เวลา ใช้ชีวิต ให้ช้าลง
5.เพื่อศึกษารูปแบบของกิจกรรมและกลุ่มผู้ใช้โครงการให้สัมพันธ์กับที่ว่างกลุ่มผู้ใช้งาน

            ขอบเขตการศึกษา
1.ศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีผลต่อที่ตั้งของโครงการ
2.ศึกษาประวัติของเมืองหรือวิถีของเมืองและกิจกรรมของชุมชน
3.ศึกษาการเคลื่อนที่และปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมของมนุษย์
4.ศึกษาข้อมูลเชิงสถิติเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น