ชื่อโครงการ กาฝากคนเมือง
นายจาตุรงค์
แตรวิจิตร
5105785
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ปีการศึกษา
2555
ลิขสิทธิ์เป็นของ
มหาวิทยาลัยรังสิต
บทนำ
นิยาม ความหมายโครงการ
กาฝากคนเมือง (ปรสิต) การเคลื่อนที่สู่จุดหยุดนิ่ง
-
คือสถานที่ที่แสดงถึงการเคลื่อนที่ผ่านเวลาและเหตุการณ์
-
คือเป็นพื้นที่สำหรับหยุดเคลื่อนที่ของคนเมือง
-
คือพื้นที่สร้างสัมพันธ์กับวิถีของเมือง
Parasite
- Place to move through time and events.
- Stop the movement of the urban area.
- Area into a relationship with
the people of the city.
ปัจจุบันสภาวะทางสังคมกับวัฒนธรรม
ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งการเคลื่อนที่ของมนุษย์จากจุดหนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งนั้น ใช้เวลาน้อยลง
จึงทำให้ความสัมพันธ์ของสถานที่กับมนุษย์และที่ว่างน้อยลง ส่งผลต่อวิถีของเมือง
วิถีชีวิต การรับรู้ทางภูมิทัศน์ของพื้นที่นั้นๆผ่านที่ว่าง
เพราะมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนที่ที่แสดงออกมาทางพฤติกรรมโดยมีแรงจูงใจเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้นๆและการรับรู้ที่ต่างกันไปตามคุณค่า
(ค่านิยม) ซึ่งที่ว่างและตัวสถาปัตยกรรม
อยู่ท่ามกลางบริบทที่มีการเคลื่อนที่และเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
จึงจำเป็นที่มนุษย์ต้องพิจารณาเพื่อมองย้อนกลับไปยังที่ว่างและ
สถาปัตยกรรมในมุมมองของการเคลื่อนที่โดยมีเวลาและเหตุการณ์มาเกี่ยวข้อง
ประเด็นที่มาโครงการ
(Problem
Issues)
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมของความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ
สังคม และเทคโนโลยี
ทำให้ชีวิตที่เร่งรีบของมนุษย์เป็นกลไกการขับเคลื่อนทางสังคมที่วิ่งวนอย่างเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา
ทั้งการกิน การเดิน การพูด การคิด แม้ความเร็วจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย
แต่หากมากไปก็อาจทำให้มนุษย์เราลืมใส่ใจรายละเอียดสำคัญๆ ของชีวิตและทำให้ขัดสนเวลา
1นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ (University
Of Herfordshier) ประเทศอังกฤษ ได้ทำการวิจัยพบว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คนเมืองอย่างเราๆใช้ชีวิตเร่งรีบมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด
โดยความเร่งรีบนี้สามารถวัดได้จากความเร็วในการเดิน
ซึ่งปัจจุบันคนทั่วโลกเดินเร็วขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วที่เราใช้เดินกัน
ทำไมถึงต้อง ช้า(Slow) เพราะคนที่คิดแล้วว่าจะใช้ชีวิตช้า ต้องมองเห็นความสำคัญของความช้ามากกว่าความเร็วจึงเป็นที่มาของขบวนการ
(Slow movement) ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างเงียบๆแทบจะทุกพื้นที่ของสังคมและชีวิต
หลายอย่าง เช่น Slow food (อาหารช้า) Slow life (ชีวิตช้า) Slow transportation (เดินทางด้วยการเดินหรือจัรยาน)
Slow work (ทำงานอย่างผ่อนคลาย) Slow thinking (คิดให้ช้าลง) Slow living (ใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกขณะ)
Slow Architecture (ปลูกสร้างอย่างช้าๆ และไม่ก่อมลพิษ) Slow
design (ออกแบบให้มีคุณค่ารักษาทรัพยากร) ทั้งนี้ยังมีอีกหลายรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ช้าอย่างมีจังหวะ
เบื้องต้นเป็นเพียงแค่การหยิบยกตัวอย่างเท่านั้น และคำว่า “ช้า”
ไม่ได้แปลว่า ช้าเสมอไป
แต่ควรก้าวด้วย “จังหวะที่สมเหตุสมผล”
ผลการสำรวจการใช้เวลาของประชากร
และการสํารวจภาวะการทํางาน
ของประชากรพ.ศ.2552 อายุตั้งแต่
10 ปีขึ้นไป ทำกิจกรรมอะไรบ้างและใช้และใช้เวลามากน้อยเพียงใด
การสำรวจครั้งนี้ ได้ จำแนกการทำกิจกรรมของประชากรออกเป็น
5 กลุ่มหลัก
1.การดูตัวเอง
2.การทำงานและการเรียนรู้
3.การให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือน
4.การให้บริการชุมชน
5.การใช้เวลาว่าง
จากผลการสำรวจพบว่า ในจำนวนประชากรอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจำนวน 57.8 ล้านคน
เป็นชาย 28.2 ล้านคน และหญิง 29.6 ล้านคน มีรายละเอียดในการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ทั้ง 5 กลุ่มหลัก (ตารางจะอยู่หน้าถัดไป)
การใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ใน 5 กลุ่มกิจกรรมหลักภายใน
1 วันพบว่า คนไทยใช้เวลาดูแลตัวเองมากที่สุดวันละ 12.1 ชั่วโมง (โดยการคำนวณจากเวลาเฉลี่ยในการทำกิจกรรมของประชากรอายุ
10 ปีขึ้นไปทกคน) ใช้เวลาเพื่อการทำงานและการเรียนรู้วันละ
6.3 ชั่วโมง ใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ 2.0 ชั่วโมง ให้บริการชุมชนวันละ 0.1 ชั่วโมง
และใช้เวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ วันละ 3.6 ชั่วโมง เมื่อพิจารณาตามเพศพบว่า
ชายใช้เวลาดูแลตัวเอง ทำงานและเรียนรู้และใช้เวลาว่างมากกว่าหญิงวันละ0.2,
1.4 และ 0.6 ชั่วโมง ตามลำดับ ขณะที่หญิงใช้เวลาให้บริการและดูแลสมาชิกในครัวเรือนวันละ
3.0 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าชายเกือบ 4 เท่า
ชายใช้เวลาเพียงวันละ 0.8 ชั่วโมง สวนการให้บริการชุมชนทั้งชายและหญิงใช้เวลาเท่ากันวันละ
0.1 ชั่วโมง
จากตารางการสำรวจจะเห็นได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการทำงานดูแลตัวเองและการใช้เวลาว่าง(อย่างไม่คุ้มค่า) ในวันหนึ่งวันถ้าเราสามารถใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดเราควรจะใช้เวลาว่างเพื่อผักผ่อน
มีจังหวะชีวิต เพื่อเริ่มต้นของวันใหม่ที่ดี
1.ประเด็นที่มาโครงการด้านหน้าใช้สอย (Function)
จากประเด็นข้างต้นที่ศึกษานี้
สนใจในเรื่องของพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมนุษย์ที่สัมพันธ์ระหว่างบริบท(สภาพแวดล้อมทางกายภาพ) และสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับคนในวิถีของเมืองหรือชุมชนนั้น
หน้าที่ใช้สอยของกิจกรรมโครงการ (นิยาม)
-
ตอบรับพฤติกรรมกับวิถีชีวิตที่หลากหลายทางวัฒนธรรม
(หมุนเวียน)
-
อยู่ในขอบเขตของเวลา
(ผักผ่อน)
-
ปรับเปลี่ยนจังหวะชีวิต
(ช้า เร็ว
หยุดนิ่ง)
กิจกรรมที่นิยามด้านบน
ที่แสดงถึงกิจกรรมที่มีการเคลื่อนที่ไปสู่จุดหยุดนิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เพื่อบ่งบอกถึงการใช้เวลา การมีเวลาว่าง การทำกิจกรรม
การมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบๆ เพื่อสร้างวิถีชีวิต กับวิถีของเมืองอย่างมีจังหวะ
สัมพันธ์กับกิจกรรมทางสังคม ผ่านสถานที่ซึ่งจะเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนเมือง “คำถามคือ” ทำไมเมืองถึงเร่งรีบ
ก็จะย้อนถามไปถึงพฤติกรรมที่แสดงออกเพื่อไปยังจุดมุ่งหมาย โดยตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายนั้นผ่านสิ่งเร้า
ภาพการใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง
(fast
paced life)
2.ประเด็นที่มาโครงการที่มาด้านรูปแบบ (Form)
เนื่องจากมนุษย์มีความความสัมพันธ์กับบริบท สถานที่
สภาพแวดล้อม(Place) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Movement/fast) และสภาวะทางสังคม
(Activity/slow)
2.1 แนวคิด (Concept)
แสดงรูปแบบพฤติกรรม (การเคลื่อนที่) ที่สัมพันธ์ระหว่าง บริบท และสถานที่
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาพื้นที่หรือบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
2.เพื่อศึกษาวิถีของเมืองและวิถีชีวิตผ่านบริบทที่ตั้ง
3.เพื่อศึกษาการเคลื่อนและพฤติกรรมของมนุษย์
4.เพื่อศึกษารับรู้การใช้เวลา
ใช้ชีวิต ให้ช้าลง
5.เพื่อศึกษารูปแบบของกิจกรรมและกลุ่มผู้ใช้โครงการให้สัมพันธ์กับที่ว่างกลุ่มผู้ใช้งาน
ขอบเขตการศึกษา
1.ศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีผลต่อที่ตั้งของโครงการ
2.ศึกษาประวัติของเมืองหรือวิถีของเมืองและกิจกรรมของชุมชน
3.ศึกษาการเคลื่อนที่และปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมของมนุษย์
4.ศึกษาข้อมูลเชิงสถิติเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น